ขับถ่ายที่ดี ไม่ใช่แค่ขับถ่ายทุกวัน

การขับถ่ายทุกวันและเป็นเวลา ทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีด้วย มาขับถ่ายให้เป็นเวลากันเถอะ

 

แค่การขับถ่ายทุกวันนั้นยังดีไม่พอ ควรจะต้องขับถ่ายให้เป็นเวลาด้วย เวลาขับถ่ายที่ดีคือตี 5 ถึง 7 โมงเช้า เพราะช่วงเวลานี้ลำไส้ใหญ่ทำงานขับกากอาหารออกจากร่างกาย จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดของการขับถ่าย และการนั่งให้ร่างกายทำมุมที่ 35 องศา จะช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่ที่มีหน้าที่ขับของเสียออกมา ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

อาการบอกเหตุเตือนว่า ร่างกายต้องการระบบขับถ่ายที่ดี

  • ไม่สดชื่น ง่วงนอนในช่วงเช้า ก่อนเวลาอาหารกลางวัน เพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ ทำให้รู้สึกอ่อนล้า
  • รู้สึกหิวมากและรับประทานอาหารมื้อกลางวันมากเกินไป เกิดจากการไม่ขับถ่ายช่วงเช้าและไม่ได้รับประทานอาหารเช้าด้วย
  • มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก เนื่องจากมีการขับของเสียออกมาทางลมหายใจและผิวหนัง
  • มีอาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก

หากเราไม่ขับถ่ายทุกวัน ไม่เพียงทำให้ท้องผูก แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เพราะเชื้อโรคจะแพร่กระจาย มีสารพิษสะสมในร่างกาย แถมมีกลิ่นปากและกลิ่นตัว นอกจากนี้ยังเสี่ยงกับโรคผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis) อีกด้วย

 

เคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะช่วยให้มีระบบขับถ่ายที่ดี

  • การดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วเมื่อตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานและเกิดการบีบอุจจาระออก
  • ขับถ่ายให้เป็นเวลา คือในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น.
  • ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางที่ช่วยให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เช่น หมุนเอว หรือ ก้มแตะปลายเท้า
  • รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ ในช่วงเวลา 07.00 – 09.00 น.
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ เช่น ข้าวกล้อง แครอท มะเขือเทศ ผักใบเขียว ธัญพืช

แม้ว่าการขับถ่ายทุกเช้าอาจจะยากสำหรับใครหลายคน บางคนอาจจะกินอาหารที่มีใยอาหารมากขึ้น หรือ จะใช้ตัวช่วยอย่างยาระบายที่ผสมสมุนไพรจำพวกใบมะขามแขก ผลส้มแขก ที่มีสรรพคุณช่วยในการระบาย โดยกินหรือดื่มตอนก่อนเข้านอน พอเช้ามาก็จะสามารถขับถ่ายได้