10 พฤติกรรมใกล้ตัว สร้างปัญหาใหญ่ ไขมันส่วนเกิน

ปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ทั้งเซเลป และดาราดังต่างหันมาดูแลสุขภาพฟิต ออกกำลังกายและแชร์สูตรเด็ดในการลดน้ำหนัก ทำให้สาว ๆ ที่อยากมีหุ่นฟิต รูปร่างดี แบบไม่มีไขมันส่วนเกิน เริ่มหันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพและรูปร่างกันมากขึ้นด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป

แต่บางคนพยายามเท่าไรผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสักที แบบนี้ต้องลองมาเช็คกันดูหน่อยนะคะว่าคุณเผลอมีพฤติกรรมในแบบผิด ๆ ที่เป็นตัวการก่อให้เกินไขมันส่วนเกินกันอยู่รึเปล่าแต่บางคนพยายามเท่าไรผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสักที แบบนี้ต้องลองมาเช็คกันดูหน่อยนะคะว่าคุณเผลอมีพฤติกรรมในแบบผิด ๆ ที่เป็นตัวการก่อให้เกินไขมันส่วนเกินกันอยู่รึเปล่า

1. ชอบกินน้ำซอส น้ำสลัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำซอสในสเต็ก หรือน้ำสลัด ทั้งน้ำสลัดครีม น้ำซีซาร์สลัด หรือน้ำสลัดเทาซันไอร์แลนด์ ล้วนเป็นสูตรที่มีพลังงานแคลอรี่สูง หรือแม้แต่น้ำแกงต่างๆ ก็เป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายเราได้รับพลังงานเยอะเกินความจำเป็นได้

2. กินข้าวไม่เป็นเวลา ยิ่งหากติดพฤติกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ยิ่งทำให้ระบบในร่างกายไม่ว่าจะเป็นสมอง และระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ได้มีผู้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างกินข้าวเป็นเวลาทุกมื้อ ผลลัพธ์คือจะทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และช่วยลดพฤติกรรมการกินจุบจิบได้

3. ไม่ค่อยกินผักและผลไม้ ซึ่งผักและผลไม้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังให้พลังงานแคลอรี่ที่น้อยเมื่อเทียบกับอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ และจากข้อมูลองค์การอนามัยโลก หากกินผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม จะลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดัน ฯลฯ ได้อีกด้วย

4. นั่งอยู่กับที่นานเกินไป โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ทำงานออฟฟิศและใช้เวลาอยู่กับโต้ะทำงานนาน 8-10 ชั่วโมง หากจดจ่ออยู่กับงานมากเกินไป ไม่ลุกขึ้นเดินเพื่อขยับร่างกายบ้าง อาจทำให้มีความเสียงต่อภาวะโรคอ้วน และร่างกายไม่ได้เผาผลาญแคลอรี่ที่เราทานเข้าไปในแต่ละมื้อ ลองปรับพฤติกรรมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปมาบ้างสักนิด ก็ถือเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ ได้แล้วนะคะ

5. นอนน้อย หลายคนอาจสงสัยว่านอนน้อยเป็นสาเหตุของการเกิดไขมันส่วนเกินได้ด้วยเหรอ ตอบเลยว่าได้ค่ะ เนื่องจากการนอนน้อยจะมีผลกระทบต่อสมดุลฮอร์โมน ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินที่มากขึ้น ทานกาแฟหรือโก้โก้ซึ่งมีพลังงานและน้ำตาลบ่อยขึ้น และความเหนื่อยล้าอาจทำให้ไม่อยากออกกำลังกาย นำไปสู่ไขมันสะสม และภาวะโรคอ้วนตามมา

6. กินข้าวแบบรีบร้อนเกินไป ในสังคมแห่งการแข่งขันและเร่งรีบทำให้หลายคนไม่มีเวลาแม้แต่ทานข้าว ซึ่งจากผลวิจัยหลาย ๆ ที่พบว่าโดยปกติสมองจะรับรู้ว่าอิ่มต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่บางคนที่เวลาจำกัดมาก ๆ อาจรีบทานเข้าไปเกินความอิ่มของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีผลทำให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็นได้

7. ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ซึ่งโปรตีนจะเป็นตัวช่วยหลั่งฮอร์โมน เกรอริน (Ghrelin) ให้น้อยลง ฮอร์โมนตัวนี้แหละที่ทำให้เราหิว หากร่างกายได้รับโปรตีนที่เพียงพอ จะทำให้สามารถควบคุมอาหารได้ดีขึ้น ไขมันสะสมในร่างกายก็จะลดลง หลายคนที่เลือกการอดอาหาร หรือทานแค่ผักสลัด ต้องปรับเปลี่ยนมาทานโปรตีน เช่น ไข่ เนื้อสัตว์และถั่ว บ้างได้แล้วนะคะ

8. ติดหวาน โดยเฉพาะความหวานจากน้ำตาลทราย ซึ่งการบริโภคน้ำตาลมากจนเกินไปมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน น้ำหนักเพิ่ม ระดับพลังงงานแปรปรวน เซลล์เสื่อมสภาพ และหน้าแก่ก่อนวัย ร่วมไปถือการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้อีกด้วย

9. ติดมือถือ ติดโซเชียล อาการติดจอมีผลต่อพฤติกรรมการกินของเรา โดยเฉพาะคนที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอตลอดเวลา อาจมีพฤติกรรมการทานที่ไม่รู้ตัวว่าทานไปเยอะแล้วหรือยัง หรือเผลอหยิบขนมหรือของหวานใกล้ตัวทานได้เพราะมีสมาธิอยู่กับสิ่งอื่น

10. ดื่มน้ำเปล่าน้อย เมื่อเรารู้สึกกระหาย หลายคนเลือกทานเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแทนน้ำเปล่า ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านั้นอาจมีส่วนประกอบของน้ำตาลในปริมาณที่สูง การปรับพฤติกรรมมาบริโภคน้ำเปล่าที่ไม่ให้พลังงาน ก็สามารถทำให้ดับกระหายได้ และจากงานวิจัยพบว่าคนที่ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว ก่อนกินข้าว จะอิ่มท้องนานกว่าและกินข้าวได้น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มน้ำถึง 22% เลยทีเดียว